posted on 16 Apr 2008 14:48 by victoireboy69 in So-Blue
ภาพไม่เกี่ยวกับเรื่องราวใดๆ ประกอบพอได้อารมณ์
ในห้องเงียบๆ มีแต่เสียงพัดลมคู่ใจที่กำลังเป่าลมให้ได้คลายร้อนในค่ำคืนมหาสงกรานต์ ซึ่งคงเป็นเพียงเมื่อวานไปแล้วเพราะหันไปดูนาฬิกาก็บอกเวลาเป็น 00:29 เช้าวันใหม่ วันที่ 16 ไปเรียบร้อยแล้ว ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินสายสังเกตการณ์การเล่นน้ำโดยเปียกบ้างไม่เปียกบ้างมาทั้งวัน แต่ในใจยังไม่อยากง่วงนอนเลย จึงได้หยิบสมุดขึ้นมาบรรเลงอักษรเผื่อว่าความร้อนจะบรรเทาลงไปบ้าง
เราเป็นเพื่อนกัน ได้รู้จักกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนห่างๆ นั่งเรียนห่างๆ เจอกันห่างๆ คุยกันห่างๆ ทำอะไรก็ห่างๆ เรียกได้ว่าไม่เคยได้ใกล้กันสักหน ไม่ใชว่าผมรังเกียจเธอ หรือเธอรังเกียจผมหรอกนะ ในความรู้สึกเราเป็นเพื่อนที่คุยกันได้เมื่อมีโอกาส ขาดแต่ความสนิทกันเท่านั้น
ผ่านมาแล้ว 2 ปีที่ผมไม่ได้ชอบใครจริงๆ จังๆ อารมณ์ประมาณขอเรียนให้เต็มที่ รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียน อุดมการณ์แรงกล้า ซุกตัวเองอยู่หลังกองหนังสือ (.......) ความรู้สึกวูบๆ วาบๆ ที่เคยมีก็เหมือนดูจะด้านชาไปแล้ว การดำรงสถานภาพชายเดี่ยว โสดสนิทช่างเป็นความอิสระ ปลอดโปร่งอย่างแรง อยากคิดอยากทำ กิน เดิน นั่ง นอน ก็ไม่ต้องกังวลอะไร จะทำอะไรก็ได้ตามสไตล์ฉันแบบว่า เบิร์ด เบิร์ด นั้นดูจะมีความสุขเสียจริงๆ
อีกบทหนึ่งของการเดินทาง ผ่านมาเกือบ 1 อาทิตย์แล้วหลังจากเวลาสั้นๆ 7 วัน ในบริเวณจำกัด ตัดขาดจากโลกภายนอก บรรยากาศท่ามกลางหุบเขาแมกไม้ ความลำบาก ความโอบอ้อมอารีและน้ำใจ ความรู้สึกอันด้านชาเกือบจะเรียกได้ว่าตายด้านไปแล้วมันกลับมาสู่ความชุ่มชื้น เบ่งบานให้ได้สัมผัส ได้รู้สึกอีกครั้ง คืนชีวิตชีวาแห่งวัยรุ่นอีกครั้ง
"นี่หรือคนที่ทำให้หัวใจเราเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ได้ถึงขนาดนี้"
ความรู้สึกที่เหมือนได้ไปพักผ่อนพักร้อน แอบหนีไปเที่ยวทะเล สดชื่น เกินคำบรรยาย ไม่สามารถที่จะสัมผัสแตะต้องได้ แต่ผมรู้สึกถึงความรู้สึกนี้ได้
อีกครั้งหนึ่งของความรู้สึกดีๆ ขอบคุณมากๆ
นายจะเด็ด เจ็ดกัณฑ์เทศน์
posted on 19 Nov 2007 20:12 by victoireboy69 in So-Blue
เมื่อเวลาผ่านไป ใครว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยก็ใจเรา ใจของเราที่ได้พบและเจอกับผู้คนมากหลาย เรื่องราวมากมาย ปัญหาที่น่าปวดหัว หรือแม้แต่ความรู้สึกที่ดีดีซึ่งได้ให้ใครไป อืมมมมม.....มมมมคงจะไล่ได้ไม่หมดภายในหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังมองอยู่จะสามารถบรรยายแทน นอกจากใจของตัวเองที่รับรู้รับทราบอยู่ตลอดมา
แล้ววันนี้ก็ผ่านมาถึงวันที่ผมกำลังรู้สึกว่าเวลาเป็นสิ่งที่ทุกคนมีเท่าเทียมกัน ได้มา 24 ชั่วโมงต่อวันโดยประมาณไม่ขาดไม่เกิน ไม่ว่าจะเกิดมายากดีมีจนก็มีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันเท่าๆกัน ตราบเท่าที่คนนั้นยังมี ลมหายใจ หัวใจยังเต้น และก้านสมองยังไม่จากไปก่อน....
ผมยังคงอยู่ในโลกที่มีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน และยังคงมีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการที่พอจะทำให้ 1 วันของผมมี 24 ชั่วโมง เหมือนคนอื่นๆ
แต่บางทีมาลองคิดดูการใช้ชีวิตที่มีอยู่บนโลกที่ 1 วันมี 24 ชั่วโมงใบนี้ยังไม่ดีพอที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกพึงพอใจในผลงานที่ปรากฎ ทุกๆเช้าที่ตื่นขึ้นมายังคงรู้สึกว่าเมื่อวาน เมื่อ 24 ช.ม. ที่ผ่านมามันเร็วมาก และอีก 24 ชั่วโมงที่จะต้องเผชิญข้างหน้า จะทำให้ดีขึ้นได้บ้างไหมนะ..............เป็นคำถามที่ไม่น่าคิดแต่น่าทำ
วันนี้จะยังคงเป็นวันนี้ พรุ่งนี้จะยังคงเป็นพรุ่งนี้ วันวานจะยังคงเป็นวันวาน แต่เวลาและใจต่างหากที่เปลี่ยนแปลง
และแล้วก็มานั่งมองอดีตที่เกิดขึ้นในอากาศ เลือนลาง ไร้อารมณ์ เงียบกริบ และไหวเอน
บรรยายความโดย เป็ดน้อยลอยละลิ่วริ้วริมฝั่งชล
20:48 19/11/2550
edit @ 19 Nov 2007 20:53:27 by Victoireboy
posted on 06 Oct 2006 20:29 by victoireboy69 in So-Say
อย่างไม่รู้ตัว
อย่างเร็ว
อย่างกับไม่ได้อะไร
อย่างนี้ก็ลืมหมด
อย่างกับว่าลืมตัว
อย่างนี้ก็ต้องช่วยกัน
อย่างกับว่าทำคนเดียว
อย่างกับหาเหาใส่กบาล
อย่างนั้นก็ดี
อย่างงี้ก็ไม่มีเวลาสิ
อย่างโง้นจะต้องทำอะไร
อย่างงี้ตั้งใจเรียนจะดีกว่า
ปฐมบทแห่งการเริ่มต้นการเรียนในชั้นอุดมศึกษาช่างน่าเร้าใจซะนี่
เด็กมัธยม ก้าวสู่รั้วมหาลัย แล้วจะต้องทำยังไง
เล่น DotA ตกมีนน้ำตาร่วง
ทำงานก็ช่วยคนอื่นเยอะแยะ ดีมาก
เลิกเล่น DotA มาต่อ Winning
แล้วจะอ่านหนังสือเวลาไหนครับพี่
สอบไฟนอลจบไปแล้ว เพื่อนๆ กลับบ้านกัน หายหน้าเร็วไว
ก็พอดีใจ คงลุ้นได้ อะไรก็ไม่รู้ โยนหินถามทาง
อ่านมาน้อย อยากได้เยอะ คนอ่านเยอะจะฉุนเอาเด้
ก็คงต้องปรับ ก็คงต้องกลับ
ผมก็กลับ
.
.
.
.
.
กลับบ้านเรา
กลับไปพัก มาสู้ต่อ เทอมหน้า
edit @ 19 Nov 2007 20:56:47 by Victoireboy